ศรีน่านไม่ได้มีแค่ดอยเสมอดาว
ชื่อ ดอยเสมอดาว ดังจนหลายคนรู้จักสถานที่ก่อนรู้จักชื่ออุทยาน แต่ถ้ามองให้กว้างกว่าลานกางเต็นท์บนสันเขา จะเห็นว่าอุทยานแห่งชาติศรีน่านเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ทอดตัวตามแนวภูเขาและแม่น้ำน่านผ่านพื้นที่ของ นาหมื่น นาน้อย และเวียงสา
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุพื้นที่ประมาณ 640,237.50 ไร่ หรือ 1,024.38 ตารางกิโลเมตร แนวเขาวางตัวเหนือ–ใต้ สองฟากของแม่น้ำน่านเต็มไปด้วยป่าและหุบเขา ก่อนพื้นที่จะทอดลงไปทางอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ทางตอนใต้ของจังหวัด
ภาพจำของศรีน่านจึงมีได้หลายแบบในวันเดียว เช้ามืดอาจเริ่มจากหมอกที่ลอยต่ำอยู่หน้าสันเขา กลางวันเห็นแม่น้ำน่านคดไปตามผืนป่า เย็นยืนรอพระอาทิตย์ตกบนลานโล่ง และเมื่อความมืดลงเต็มที่ ท้องฟ้าก็กลายเป็นอีกเหตุผลที่คนขึ้นมาค้างคืนบนดอย
สำหรับเวียงสา ความสัมพันธ์กับอุทยานยิ่งชัดกว่าการเป็นแหล่งเที่ยวของอำเภอข้างเคียง เพราะเขตอุทยานศรีน่านครอบคลุม ตำบลขึ่ง ตำบลส้าน และตำบลน้ำมวบ ในอำเภอเวียงสาด้วย เส้นเขตปกครองอาจแบ่งนาน้อยกับเวียงสาออกจากกัน แต่ผืนป่าและลุ่มน้ำไม่ได้หยุดตามเส้นนั้น
ก่อนจะชื่อศรีน่าน เรื่องเริ่มจากการสำรวจป่าในเวียงสา
ประวัติของอุทยานไม่ได้เริ่มจากดอยเสมอดาว ในช่วงปลายทศวรรษ 2530 กรมป่าไม้เริ่มสำรวจป่าสงวนหลายผืนในอำเภอเวียงสา ทั้งป่าน้ำสา ป่าแม่สาคร ป่าห้วยแม่ขะนิง และพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งอุทยานแห่งชาติ
พื้นที่ที่สำรวจในระยะแรกเคยใช้ชื่อว่า “อุทยานแห่งชาติแม่สาคร” ก่อนมีการสำรวจขยายลงไปในนาน้อยและนาหมื่น เมื่อขอบเขตกว้างขึ้นและมีการย้ายที่ทำการ ชื่อจึงถูกเปลี่ยนเป็น “อุทยานแห่งชาติศรีน่าน” ใน พ.ศ. 2537 และต่อมาพื้นที่ได้รับการกำหนดเป็นอุทยานแห่งชาติอย่างเป็นทางการตามพระราชกฤษฎีกาที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2550
ร่องรอยนี้ทำให้ศรีน่านมีความหมายต่อเวียงสามากกว่าจุดชมวิวทางใต้ของจังหวัด เพราะพื้นที่ฝั่งเวียงสาอยู่ในเรื่องมาตั้งแต่การสำรวจระยะแรก และป่าต้นน้ำหลายผืนที่ถูกนำมารวมกันก็สัมพันธ์กับแม่น้ำสา แม่น้ำขะนิง และแม่น้ำน่านที่ไหลผ่านอำเภอ
อ่านภาพของแม่น้ำน่านในพื้นที่เวียงสาต่อได้ที่ แม่น้ำน่านในเวียงสา และดูบริบทอำเภอที่ ข้อมูลเวียงสา
ดอยเสมอดาว: ลานบนสันเขาที่มองท้องฟ้าได้ทั้งเช้าและค่ำ
เสน่ห์ของ ดอยเสมอดาว อยู่ที่ความเปิดกว้างของสันเขา กรมอุทยานฯ อธิบายพื้นที่เป็นลานกว้าง เหมาะกับการพักผ่อน ดูดาว และชมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นกับพระอาทิตย์ตกจากพื้นที่เดียวกัน ตอนค่ำยังมองเห็นแสงไฟของอำเภอนาน้อยอยู่ด้านล่าง ขณะที่ท้องฟ้าเหนือศีรษะเปิดออกกว้างพอให้ชื่อ “เสมอดาว” ฟังดูไม่เกินจริง
ดอยเสมอดาวกับผาหัวสิงห์อยู่บริเวณเดียวกันแถวหลักกิโลเมตรที่ 16 ของเส้นทางนาน้อย–ปางไฮ จึงมักถูกพูดถึงคู่กัน แต่บุคลิกของสองจุดต่างกัน เสมอดาวคือพื้นที่ที่คนใช้เวลาอยู่กับขอบฟ้าได้นาน ตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงเช้าวันใหม่ ขณะที่ผาหัวสิงห์เป็นจุดที่ต้องเดินต่อเพื่อไปหามุมมองสูงและเปิดกว้างกว่า
เช้าที่ท้องฟ้าเป็นใจ แนวหมอกจะกองอยู่ตามหุบด้านล่าง ส่วนวันที่ไม่มีทะเลหมอกก็ยังเห็นชั้นภูเขาต่อเนื่องและแสงเช้าเปลี่ยนสีบนสันเขา ความสวยของที่นี่จึงไม่ควรถูกผูกไว้กับคำว่า “ต้องมีทะเลหมอก” เพียงอย่างเดียว
พื้นที่ดอยเสมอดาวเป็นหนึ่งในจุดกางเต็นท์ของอุทยาน การจะค้างคืนหรือใช้บริการใดควรตรวจสถานะล่าสุดจากกรมอุทยานฯ ก่อนเดินทาง เพราะการเปิดพื้นที่ จำนวนผู้เข้าพัก และข้อกำหนดอาจเปลี่ยนตามฤดูกาลและการจัดการของอุทยาน
ผาหัวสิงห์: หน้าผาที่เปิดภาพศรีน่านออก 360 องศา
จากลานเสมอดาว สายตาจะถูกดึงไปหาแนวหินที่มีรูปทรงคล้ายหัวสิงโตนอนหมอบ นั่นคือ ผาหัวสิงห์ จุดชมวิวที่ทำให้ภูมิศาสตร์ของศรีน่านอ่านง่ายขึ้นทันที
กรมอุทยานฯ ระบุว่ายอดผาหัวสิงห์มองเห็นทิวทัศน์ได้ 360 องศา ทางเหนือเห็นพื้นที่อำเภอเวียงสา ทางตะวันตกเห็นอำเภอนาน้อยเกือบทั้งหมด ส่วนด้านตะวันออกมองออกไปทางผาชู้และแนวแม่น้ำน่าน ทิศใต้เป็นแนวภูเขาที่ทอดต่อกันยาวออกไป
นี่คือมุมที่ทำให้คำว่า “อุทยานแห่งชาติศรีน่านครอบคลุมนาน้อยและเวียงสา” เปลี่ยนจากข้อความในเอกสารเป็นภูมิประเทศจริงที่มองเห็นด้วยตา จากยอดเดียว เราเห็นทั้งพื้นที่เมืองด้านหนึ่ง แม่น้ำอีกด้าน และแนวเขาที่เชื่อมผืนป่าเข้าหากัน
เส้นทางเดินขึ้นผาหัวสิงห์มีระยะประมาณ 2 กิโลเมตร และข้อมูลของ ททท. ระบุว่าต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานนำทาง ระหว่างทางมีต้นจันทน์ผาเป็นหนึ่งในพืชเด่นของเส้นทาง การขึ้นจุดนี้จึงต่างจากการเดินเล่นบนลานเสมอดาว และควรจัดเวลา รองเท้า และสภาพร่างกายให้เหมาะกับทางเดินจริง
ผาชู้: เช้าที่มองเห็นแม่น้ำน่านคดอยู่ปลายผืนป่า
ถ้าดอยเสมอดาวเด่นเรื่องท้องฟ้า ผาชู้ เด่นเรื่องการมองลงไปเห็นภูมิประเทศด้านล่าง โดยเฉพาะช่วงเช้า ในฤดูหนาวยอดผาสามารถมองเห็นหมอกลอยอยู่เหนือหุบเขา และเมื่อหมอกเปิด แนว แม่น้ำน่าน จะปรากฏคดเคี้ยวอยู่ระหว่างผืนป่ากับภูเขา
ทางขึ้นยอดผาชู้มีระยะประมาณ 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินไป–กลับราวหนึ่งชั่วโมงตามข้อมูลของ ททท. ช่วงใกล้ยอดมีหินแหลมและทางที่ต้องใช้ความระมัดระวัง จึงควรใส่รองเท้าที่กระชับ และผู้ที่จะขึ้นยอดต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางของอุทยานก่อน
ชื่อ “ผาชู้” ยังมีตำนานท้องถิ่นผูกอยู่กับภูมิประเทศ เรื่องเล่ากล่าวถึง เจ้าเอื้องผึ้ง เจ้าจันทน์ผา และเจ้าจ๋วง ในโศกนาฏกรรมความรัก ก่อนจะอธิบายการเกิดใหม่เป็นเอื้องผึ้ง ต้นจันทน์ผา และต้นสน ตำนานชุดนี้ไม่ได้ทำหน้าที่บอกประวัติการเกิดของหน้าผา แต่ทำให้ชื่อพืช ชื่อคน และชื่อสถานที่ถูกผูกเข้ากับความทรงจำของพื้นที่เดียวกัน
บริเวณผาชู้ยังเป็นโซนที่ทำการอุทยานและมีพื้นที่กางเต็นท์อีกจุดหนึ่ง ทำให้ศรีน่านมีจังหวะการเที่ยวที่ต่างจากการขึ้นดอยเสมอดาวเพียงแห่งเดียว คนที่อยู่กับพื้นที่นานขึ้นจะเห็นว่าแต่ละสันเขาเปิดภาพแม่น้ำน่านและแนวภูเขาในมุมไม่เหมือนกัน
แม่น้ำน่านคือเส้นที่ผูกสามจุดนี้เข้ากับเวียงสา
ดอยเสมอดาว ผาหัวสิงห์ และผาชู้มักถูกแนะนำในฐานะจุดชมวิว แต่สิ่งที่อยู่ในภาพซ้ำกันคือ แม่น้ำน่านและภูเขาสองฝั่งน้ำ อุทยานศรีน่านวางตัวตามแนวลำน้ำนี้ลงไปทางใต้ พื้นที่ป่าจึงไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังของจุดชมพระอาทิตย์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบต้นน้ำและทางไหลที่ต่อเนื่องกับชุมชนด้านล่าง
จากผาหัวสิงห์มองไปทางเหนือเห็นเวียงสา จากผาชู้มองลงไปเห็นแม่น้ำน่าน และเมื่อกลับมาตามสายน้ำขึ้นเหนือ แม่น้ำน่านก็ผ่านเวียงสาก่อนจะเดินทางต่อขึ้นไปยังพื้นที่ตอนกลางของจังหวัด ภาพจากยอดดอยกับภาพของเมืองริมแม่น้ำจึงเป็นเรื่องเดียวกันในคนละระดับความสูง
เมื่อวางศรีน่านคู่กับ อุทยานแห่งชาติแม่จริม ภาพธรรมชาติรอบเวียงสาจะชัดขึ้น แม่จริมช่วยให้เห็นผืนป่าที่เชื่อมกับน้ำว้าทางตะวันออก ส่วนศรีน่านเปิดภาพพื้นที่ป่าทางใต้และแนวแม่น้ำน่านที่ทอดต่อจากเวียงสาลงไป
ถ้าต้องการดูภาพรวมพื้นที่นาน้อย ซึ่งเป็นทางเข้าหลักของดอยเสมอดาว ผาหัวสิงห์ และผาชู้ อ่านต่อได้ที่ นาน้อย
สามจุดชมวิว แต่ให้ประสบการณ์คนละแบบ
ถ้าจะจำศรีน่านผ่านสามชื่อให้ได้ง่ายที่สุด ดอยเสมอดาว คือพื้นที่ของท้องฟ้าและการใช้เวลาบนสันเขา ผาหัวสิงห์ คือจุดที่ภูมิประเทศเปิดออกรอบตัวจนมองเห็นทั้งนาน้อย เวียงสา ผาชู้ และแม่น้ำน่าน ส่วน ผาชู้ คือการเดินขึ้นไปหามุมที่แม่น้ำน่านทอดตัวอยู่ใต้ทะเลหมอกและผืนป่า
สามจุดอยู่ในอุทยานเดียวกัน แต่ไม่ได้ให้ภาพซ้ำกัน การไปถึงศรีน่านจึงไม่ควรจบด้วยการถ่ายรูปป้ายดอยเสมอดาวแล้วกลับ เพราะสิ่งที่ทำให้พื้นที่นี้น่าสนใจกว่าจุดชมวิวชื่อดัง คือการได้เห็นว่าสันเขา หน้าผา แม่น้ำ และอำเภอรอบข้างสัมพันธ์กันอย่างไร
ก่อนเดินทางควรตรวจประกาศเปิด–ปิด เส้นทางเดิน จุดกางเต็นท์ และเงื่อนไขการใช้เจ้าหน้าที่นำทางจากกรมอุทยานแห่งชาติฯ อีกครั้ง โดยเฉพาะผาหัวสิงห์และผาชู้ที่การขึ้นยอดต่างจากการใช้พื้นที่ลานชมวิวทั่วไป
นาน้อยยังมีผืนป่าอีกด้านหนึ่งที่เป็นคนละอุทยานกับศรีน่าน ถ้าต้องการต่อภาพภูเขาไปทางแนวรอยต่อแพร่–อุตรดิตถ์ อ่านต่อที่ อุทยานแห่งชาติขุนสถาน
เมื่อมองครบทั้งสามจุด อุทยานแห่งชาติศรีน่านจะไม่เหลือเพียงภาพคืนดูดาวบนดอย แต่กลายเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่แม่น้ำน่านไหลผ่าน และเป็นภูมิประเทศเดียวกันที่เชื่อมนาน้อย นาหมื่น และเวียงสาเข้าหากัน
