ก่อนจะได้ยินเสียงปินหนึ่งตัว ช่างต้องผ่านงานไม้และงานปรับเครื่องอีกหลายขั้น ไม้ที่อยู่ในมือช่างจะค่อย ๆ กลายเป็นเครื่องสายดีดที่มีทั้งรูปทรงและน้ำเสียงของตัวเอง แล้วจึงเดินทางจากโต๊ะทำงานช่างไปอยู่ข้างสะล้อและเสียงซอในวงดนตรีน่าน
ปินเมืองน่าน จึงมีเรื่องให้ฟังสองด้านเสมอ ด้านหนึ่งคือเสียงจากปลายนิ้วผู้บรรเลง อีกด้านคือฝีมือคนสร้างเครื่องที่กำหนดว่าเสียงนั้นจะกังวานอย่างไร
ปินต่างจากซึงอย่างไร
เอกสารเรื่องดนตรีพื้นบ้านของน่านใช้คำว่า ปิน เรียกเครื่องดนตรีประเภทดีดซึ่งมีบทบาทใกล้เคียง ซึง ในล้านนาพื้นที่อื่น เป็นเครื่องสายที่ใช้บรรเลงทำนองร่วมกับสะล้อและเสียงร้อง ไม่ใช่เครื่องเคาะที่ทำหน้าที่ตีจังหวะ
งานวิจัยของฉัตรวลี ทองคำ บันทึกการใช้ปินในวง สะล้อ ซอ ปิน โดยสัมพันธ์กับระดับเสียงของช่างซอ การฟังวงหนึ่งจึงต้องฟังว่าปินทำให้ถ้อยคำซอมีทำนองต่อเนื่องอย่างไร ส่วนจะพบรูปทรง สัดส่วน หรือวิธีตั้งเสียงแบบใดนั้นขึ้นอยู่กับช่างและคณะที่ศึกษาจริง
จากมือช่างถึงเสียงปินที่พร้อมเล่น
งานวิจัยเรื่อง กรรมวิธีการสร้างปินของพ่อครูอินส่วย มูลทา โดยกรเอก จิตร์กระบุญ และภัทรวดี ภูชฎาภิรมย์ ศึกษาช่างทำปินในจังหวัดน่านผ่านแนวทางวิจัยเชิงคุณภาพ ผู้วิจัยรายงานว่ากระบวนการสร้างปินของพ่อครูมี 20 ขั้นตอน ซึ่งแต่ละขั้นต้องอาศัยความประณีต
รายละเอียดสำคัญคือผลวิจัยแยกปัจจัยที่มีผลต่อ ลักษณะทางกายภาพ 8 ขั้นตอน และปัจจัยต่อ คุณภาพเสียง 6 ขั้นตอน ตัวเลขเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องนำมาบวกกันเป็น 14 ขั้นตอนที่แยกขาดจากกัน เพราะเป็นคนละมิติในการวิเคราะห์ชุดกระบวนการสร้างเดียวกัน
สิ่งที่ทำให้งานของพ่อครูอินส่วยมีเอกลักษณ์ยังมีรายละเอียดจับต้องได้สามอย่างตามงานวิจัย ได้แก่ การใช้ลูกบิดกีตาร์แทนลูกบิดแบบเดิม การบากร่องส่วนหัวเพื่อใส่เรซินรองสายกันสึก และรูลมทรงหยดน้ำคู่ ผู้วิจัยอธิบายว่าเป็นแนวทางที่พ่อครูพัฒนาขึ้นจากการทดลองทำเครื่องด้วยตนเอง
เมื่อนำปินให้ผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คนประเมิน งานวิจัยรายงานความเห็นสอดคล้องกันถึงรูปทรงที่ได้สัดส่วนและเสียงที่ใส กังวาน ไม่แหบหรือเพี้ยน รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เห็นว่ารูปลักษณ์กับคุณภาพเสียงเป็นเรื่องที่ช่างคิดไปพร้อมกัน อ่านบทความวิจัยต้นทาง สำหรับวิธีทำครบทุกขั้นตอน
พ่อครูอินส่วย: เรียนจากเครื่องเก่า แล้วทดลองเสียงใหม่
เรื่องของ พ่อครูอินส่วย มูลทา เริ่มจากการเล่นดนตรี ไม่ใช่จากโต๊ะงานช่างอย่างเดียว ฐานข้อมูลสถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่นบันทึกความผูกพันของท่านกับ บ้านหลับมืนพรวน ตำบลจอมจันทร์ อำเภอเวียงสา และการฝึกปินกับสะล้อจากพ่อครูจำเนียร พิมสาร ก่อนจะเรียนรู้เพิ่มเติมจากครูเพลงคนอื่น ๆ
เมื่อฝีมือดีขึ้น ท่านได้เล่นประกอบการขับซอของคณะต่าง ๆ รวมทั้งศิลปินสายไชยลังกาและคำผาย ต่อมาจึงลองทำเครื่องดนตรีไว้เล่นเองตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะรู้จากการเป็นนักดนตรีว่าเสียงแบบใดช่วยให้เล่นร่วมกับช่างซอได้ดี บันทึกประวัติช่างยังเล่าถึง ปินขนาดกลาง ซึ่งเป็นเครื่องชิ้นแรกที่ท่านทำจำหน่ายด้วย
อีกด้านหนึ่ง บทความของกรมส่งเสริมวัฒนธรรมที่สัมภาษณ์ครูอรุณศิลป์ ดวงมูล กล่าวถึงการทำสะล้อและปิน รวมทั้งความเห็นส่วนตัวของครูเกี่ยวกับ ไม้ประดู่ ซึ่งท่านชื่นชอบเพราะเสียงหนักแน่น ความเห็นของครูหนึ่งคนมีคุณค่าเป็นประสบการณ์ช่างและนักดนตรี แต่ยังไม่ใช่หลักฐานว่าไม้ชนิดเดียวเหมาะที่สุดสำหรับปินทุกสกุลช่าง
ปินในมือคนบรรเลงมีวิธีมากกว่าดีดขึ้นลง
วิทยานิพนธ์ของรัฐสินธุ์ ชมสูง ซึ่งศึกษาวงครูอรุณศิลป์ ดวงมูลใน พ.ศ. 2559 จำแนกเทคนิคดีดปินได้ 9 วิธี เช่น เติมเสียง ดีดซ้ำ สะบัด กระทบสายทุ้ม และดำเนินทำนองข้ามช่วงเสียง
เวลาปินอยู่ในวง มือดีดอาจเติมเสียงขณะที่ช่างซอเว้นวรรค หรือเดินเสียงข้ามช่วงก่อนสะล้อเข้ามารับทำนอง งานสร้างปินที่ดีจึงไม่ได้จบเมื่อเครื่องมีรูปทรงสวย แต่เดินต่อไปในมือคนเล่นที่ต้องการทั้งความกังวานและความคล่องของเสียง
ปินหนึ่งตัวถูกตัดสินทั้งด้วยตาและหู
ในงานศึกษาการทำปินของพ่อครูอินส่วย ผู้วิจัยไม่ได้มองแค่ขนาดหรือรูปลักษณ์เครื่องดนตรี แต่ยังติดตามว่าองค์ประกอบใดสัมพันธ์กับคุณภาพเสียง การเปลี่ยนลูกบิดให้ปรับสายได้สะดวก การเสริมร่องส่วนหัวด้วยเรซิน และการจัดช่องเสียงเป็นรูปหยดน้ำคู่ ล้วนเป็นตัวอย่างว่าช่างอาจแก้ปัญหาจากประสบการณ์การเล่นจริง ไม่ใช่ทำตามรูปแบบเดิมทุกจุดโดยไม่มีเหตุผล
งานช่างไม่ได้จบในวันที่ขึ้นรูปไม้เสร็จ ผู้เล่นต้องลองว่าสายตอบสนองปลายนิ้วอย่างไร ลูกบิดตั้งเสียงได้แม่นเพียงใด และเสียงของปินเข้ากับการร้องหรือการสีสะล้อหรือไม่ ความเห็นผู้ประเมินเครื่องที่ผู้วิจัยเก็บรวบรวมจึงมีค่าเพราะเชื่อมสิ่งที่มองเห็นกับสิ่งที่ได้ยิน การเรียงลำดับขั้นตอนงานช่างเป็นเรื่องสำคัญ แต่การฟังผลลัพธ์คือส่วนหนึ่งของการตรวจคุณภาพที่ขาดไม่ได้
ความผูกพันของพ่อครูอินส่วยกับ อำเภอเวียงสา ยังทำให้เรื่องปินไม่ใช่เพียงคำอธิบายเครื่องดนตรีทั่วไป หากเป็นเรื่องของช่างท้องถิ่นที่เริ่มจากเรียนเสียงเพลง แล้วนำประสบการณ์ไปปรับเครื่องของตนเอง ผู้สนใจการแสดงสามารถอ่านต่อที่ วงสะล้อ ซอ ปิน เมืองน่าน เพื่อดูว่าเครื่องที่ช่างสร้างเดินทางไปทำหน้าที่อะไรเมื่อขึ้นเวที
ภูมิปัญญาช่างที่ยังต้องมีผู้ฟัง
เครื่องดนตรีที่ทำด้วยมือไม่ได้มีคุณค่าเพียงในฐานะของสะสม หากไม่มีคนหยิบขึ้นมาเล่น ไม่มีคนที่ได้ฟังเสียงเทียบกัน และไม่มีพื้นที่ให้ครูถ่ายทอดลูกเล่น ฝีมือช่างย่อมขาดส่วนสำคัญของการใช้งานจริง
จากเรื่องของปินสามารถกลับไปทำความรู้จักเครื่องสีและเสียงขับร้องใน วงดนตรีพื้นเมืองน่าน และอ่านงานวิจัยต้นฉบับเพื่อเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการสร้างเครื่องกับการบรรเลง
