ลองมองผิวขันเงินเมืองน่านใกล้ ๆ จะเห็นว่าลายดอกไม้ไม่ได้เกิดจากการพิมพ์ลวดลายลงบนโลหะครั้งเดียว หากมาจากมือช่างที่ใช้เหล็กหลายรูปทรงกับค้อนค่อย ๆ ตอกให้เส้นสายปรากฏบนแผ่นเงินที่ขึ้นรูปแล้ว
บุญช่วย หิรัญวิทย์ แห่งบ้านประตูปล่องเป็นหนึ่งในครูช่างผู้ทำให้งานเช่นนี้ได้รับการจดจำ ท่านได้รับยกย่องเป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์) พ.ศ. 2557 เรื่องของท่านจึงเป็นเรื่องของช่างเครื่องเงิน ไม่ใช่นักขับซอ แม้จะอยู่ในมรดกศิลปวัฒนธรรมเมืองน่านเช่นเดียวกัน
บ้านประตูปล่องและการเรียนรู้งานช่าง
ข้อมูลประวัติจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรมบอกว่าพ่อครูบุญช่วยทำงานเครื่องเงินต่อเนื่องยาวนาน เริ่มประกอบงานนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2493 โดยฝึกฝนฝีมือผ่านครูช่างโบราณในพื้นที่ บ้านประตูปล่อง อำเภอเมืองน่าน
การฝึกงานช่างเงินต้องเรียนรู้ทั้งวิธีขึ้นรูป ความสม่ำเสมอของพื้นผิว ความประณีตของการตกแต่ง และความทนทานเมื่อใช้งานจริง ความรู้เหล่านี้เคยส่งต่อกันในครัวเรือนและหมู่ช่าง จึงมีเรื่องของผู้สอนและผู้เรียนอยู่เบื้องหลังภาชนะหนึ่งใบเสมอ
ขันเงินหนึ่งใบ มีทั้งฝีมือค้อนและเรื่องลายดอกกระถิน
ฐานข้อมูลผลงานของ sacit มีทั้ง สลุงหรือขันเงิน พานเงิน และภาชนะที่ประดับลายดอกไม้ ลายนักษัตร ตัวอย่างหนึ่งคือ ขันเงินลายดอกไม้นก ซึ่งระบุปีผลิต พ.ศ. 2562 เมื่อช่างขึ้นรูปโลหะแล้วจึงใช้เหล็กตอกลายหลายแบบทำให้ผิวเงินเกิดเส้นและพื้นผิวต่างกัน ภาชนะที่เสร็จจึงเป็นทั้งของใช้และงานศิลป์ในชิ้นเดียว ชมข้อมูลผลงานที่ sacit
ลายดอกกระถิน เป็นหนึ่งในลวดลายที่ได้รับการกล่าวถึงควบคู่กับชื่อบุญช่วย เพราะพ่อครูรักษาวิธีช่างพื้นบ้านพร้อมพัฒนาลายให้มีรูปแบบของตนเอง งานของท่านยังใช้เครื่องมืออย่าง เหล็กตอกลายโบราณ ที่ต้องควบคุมน้ำหนักมือให้เหมาะกับความหนาของแผ่นเงิน ความงามจึงเกิดจากทั้งแบบลายและรอยตอกที่สม่ำเสมอ
สองการยกย่องที่ไม่ใช่รางวัลเดียวกัน
พ่อครูบุญช่วยได้รับการยกย่องเป็น ครูศิลป์ของแผ่นดินจาก sacit พ.ศ. 2553 และต่อมาเป็น ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (ประณีตศิลป์) พ.ศ. 2557 ทั้งสองเป็นการเชิดชูเกียรติจากคนละหน่วยงานและคนละโครงการ จึงไม่ควรเขียนว่าเป็นตำแหน่งเดียวกันหรือได้รับในปีเดียวกัน
การยกย่องทั้งสองครั้งทำให้ผู้คนรู้จักภูมิปัญญาเครื่องเงินน่านกว้างขึ้น แต่ถ้าอยากเข้าใจฝีมือของท่านจริง ๆ ลองกลับไปดูรายละเอียดของลายกระถิน รอยตอก และสัดส่วนขันเงินที่บันทึกในคลังผลงาน—สิ่งเล็ก ๆ เหล่านี้บอกถึงเวลาที่ช่างใช้ฝึกมือมาทั้งชีวิต
ทำไมงานเครื่องเงินจึงเป็นงานศิลป์ ไม่ใช่เพียงภาชนะ
ขันเงินหนึ่งใบอาจใช้ใส่น้ำหรือสิ่งของตามโอกาส แต่เมื่ออยู่ในมือช่างผู้ชำนาญ ภาชนะนั้นกลายเป็นพื้นที่สำหรับลวดลายและฝีมือตอกโลหะด้วย การขึ้นรูปต้องทำให้ปากและฐานขันได้สัดส่วน ก่อนช่างจะค่อย ๆ ตกแต่งผิวให้เกิดจังหวะของลายดอกและลายพื้นเมือง มองใกล้ ๆ จึงเห็นความตั้งใจที่อยู่ในเส้นโค้งและช่องว่าง ไม่ได้มีแต่ความแวววาวของเงิน
ตัวอย่าง ขันเงินลายดอกไม้นก ที่ sacit บันทึกไว้พร้อมปีผลิต พ.ศ. 2562 ทำให้เห็นว่างานช่างของบุญช่วยไม่ได้อยู่เพียงในคำเล่าย้อนอดีต แต่มีผลงานชิ้นจริงให้ศึกษารูปทรงและรายละเอียดผ่านทะเบียนวัตถุ ผู้อ่านสามารถดูภาพจากหน้าเจ้าของฐานข้อมูลนั้นโดยตรง การมีภาพในคลังไม่ได้ให้สิทธิ์เว็บไซต์อื่นคัดลอกมาใช้เป็นภาพประกอบโดยอัตโนมัติ
งานประณีตศิลป์ของน่านกับผู้คนรุ่นหลัง
งานเครื่องเงินของ เมืองน่าน เป็นอีกภาษาหนึ่งของประวัติศาสตร์วัฒนธรรมท้องถิ่น เช่นเดียวกับการขับซอที่ต้องมีคนฟัง งานตีเงินก็ต้องมีคนมองเห็นคุณค่าของฝีมือและมีคนเรียนวิธีทำต่อ การได้รับการยกย่องจากทั้งสถาบันศิลปหัตถกรรมและโครงการศิลปินแห่งชาติจึงสัมพันธ์กับการอนุรักษ์ความรู้ช่าง มากกว่าการได้รางวัลเพื่อจดจำเพียงชื่อ
เรื่องของบุญช่วยยังช่วยให้มองศิลปินแห่งชาติในน่านได้กว้างขึ้น หากสนใจแขนงดนตรี สามารถกลับไปอ่าน เสียงเมืองน่าน: ดนตรีพื้นบ้านและดนตรีพื้นเมือง ซึ่งกล่าวถึงพ่อครูไชยลังกาและพ่อครูคำผาย ผู้ได้รับยกย่องในสาขาศิลปะการแสดง งานช่างเครื่องเงินของบุญช่วยจึงยืนเคียงข้างแต่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของการขับซอ
งานช่างที่ส่งต่อเป็นมรดกของเมืองน่าน
บันทึกกรมส่งเสริมวัฒนธรรมกล่าวถึงการถ่ายทอดความรู้แก่เด็กและเยาวชนและการสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง พ่อครูบุญช่วยถึงแก่กรรมเมื่อ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 แต่ผลงานและความรู้เชิงช่างยังเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องเมืองน่านที่มีทั้งดนตรี ภาษา จิตรกรรม และงานประณีตศิลป์
เมื่อศึกษาศิลปินแห่งชาติเมืองน่าน จึงควรมองให้กว้างกว่าดนตรีพื้นบ้าน: พ่อครูไชยลังกาและพ่อครูคำผายรักษาการขับซอ ขณะที่พ่อครูบุญช่วยรักษางานช่างเครื่องเงิน ข้อมูลครูศิลป์ของแผ่นดินจาก sacit ช่วยให้รู้จักงานช่างที่เป็นเอกลักษณ์ของท่านได้ลึกขึ้น
