ในตัวอำเภอเวียงสา มีวัดเก่าแก่ที่ผูกพันกับประวัติเมืองมาอย่างยาวนาน นั่นคือ วัดบุญยืน พระอารามหลวง วัดที่คนในพื้นที่คุ้นเคยทั้งจากพระพุทธรูปยืนภายในวิหาร งานสถาปัตยกรรมล้านนา และงานประเพณีที่ชุมชนร่วมกันสืบทอดมา วัดแห่งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะไหว้พระระหว่างเดินทาง แต่เป็นสถานที่ที่ช่วยให้เห็นเรื่องราวของเวียงสาได้ชัดเจนขึ้น
วัดบุญยืนอยู่ที่ไหน และเป็นพระอารามหลวงตั้งแต่เมื่อไร
วัดบุญยืนตั้งอยู่ เลขที่ 31 หมู่ 4 ตำบลกลางเวียง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน เป็น พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ และได้รับยกฐานะจากวัดราษฎร์ขึ้นเป็นพระอารามหลวงใน พ.ศ. 2539 ตามประวัติที่เผยแพร่โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน
ที่ตั้งวัดอยู่ในย่านชุมชนเก่าเวียงสา ใกล้ข่วงเมืองสาและพื้นที่อาคารราชการเก่า หากขับรถมาให้ค้นหาชื่อ “วัดบุญยืน พระอารามหลวง เวียงสา” ไม่สับสนกับวัดชื่อคล้ายกันในจังหวัดอื่น เปิด แผนที่วัดบุญยืน เพื่อช่วยวางเส้นทาง แล้วตรวจทางเข้ากับพื้นที่จอดจริงอีกครั้งก่อนเดินทาง
จากวัดบุญนะ สู่ชื่อวัดป่าสักงามและวัดบุญยืน
เรื่องราวของวัดสัมพันธ์กับเมืองเก่าที่เรียกว่า เวียงป้อหรือเวียงพ้อ ในประวัติท้องถิ่นเล่าว่าวัดเดิมมีชื่อ “วัดบุญนะ” อยู่บริเวณพื้นที่ตลาดเก่า ซึ่งภายหลังเป็นที่ธรณีสงฆ์ของวัด และมีความผูกพันกับยุคสร้างเมืองเวียงป้อ
ต่อมาใน พ.ศ. 2329 มีการย้ายวัดมาสร้างในบริเวณที่ตั้งปัจจุบัน ห่างจากเดิมราวสามเส้น อยู่ใกล้แม่น้ำสาและบริเวณที่สายน้ำไหลไปบรรจบแม่น้ำน่าน สถานที่ใหม่มีต้นสักอยู่มาก จึงมีการใช้ไม้สักสร้างวิหาร กุฏิ และเสนาสนะต่าง ๆ จนเรียกกันว่า “วัดป่าสักงาม” เรื่องชื่อวัดและเหตุการณ์ยุคแรกเป็นส่วนหนึ่งของประวัติที่เล่าสืบต่อและเผยแพร่ไว้ ควรอ่านในฐานะเรื่องราวของเมืองประกอบกับหลักฐานที่มีอยู่
พระวิหารล้านนาที่มีหลังคาลดหลั่นอย่างงดงาม
หนึ่งในจุดเด่นที่เห็นได้ตั้งแต่เดินเข้ามาคือพระวิหารหลังคาซ้อนชั้นแบบล้านนา ปลายช่อฟ้าทอดขึ้นเหนือหลังคากระเบื้องสีแดงและหน้าบันตกแต่งลวดลายละเอียด ประวัติของวัดระบุว่าใน พ.ศ. 2340 เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ เจ้าผู้ครองนครน่าน โปรดให้สร้างพระวิหาร โดยมี หมื่นสรรพช่าง เป็นนายช่างใหญ่ วิหารมีขนาดประมาณ กว้าง 15 เมตร ยาว 30 เมตร
งานช่างที่น่าสนใจยังรวมถึงบานประตูใหญ่ซึ่งประวัติระบุว่า เจ้าราชวงศ์เชียงของ เป็นผู้แกะสลัก และส่วนประดับภายในที่สะท้อนศิลปกรรมล้านนายุคเดิม เวลาเข้าไปชมควรสังเกตรายละเอียดที่เห็นจริงอย่างหน้าบัน เสา และบานประตู โดยไม่เข้าไปแตะงานไม้หรือบริเวณที่วัดกั้นไว้
พระพุทธรูปปางประทับยืน ที่มาของชื่อวัดบุญยืน
ตามประวัติการสร้างวัด ใน พ.ศ. 2343 มีการสร้าง พระพุทธรูปปางประทับยืน สูงประมาณ 8 ศอก เป็นพระประธานในวิหาร และใช้ลักษณะพระพุทธรูปนี้เป็นที่มาของชื่อ “วัดบุญยืน” ที่ใช้สืบมาจนทุกวันนี้
เมื่อเข้าไปกราบพระประธาน จะได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างงานพุทธศิลป์กับอาคารวิหารที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูป การชมอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งรูปทรงองค์พระและรายละเอียดในวิหาร จะช่วยให้เข้าใจความสำคัญของวัดมากกว่าการแวะถ่ายรูปเพียงไม่กี่นาที
พระเจดีย์และหลักฐานเก่าภายในวัด
ประวัติวัดกล่าวถึงการสร้างพระเจดีย์ใน พ.ศ. 2345 ทางด้านทิศใต้ของวิหาร รวมถึงงานศิลปกรรมสำคัญอย่างบุษบกหรือธรรมาสน์เอก และแผ่นศิลาจารึกอักษรล้านนาที่เล่าเรื่องการสร้างวัดป่าสักงามและวัดบุญยืน สถานที่นี้จึงมีทั้งสถาปัตยกรรม ศาสนวัตถุ และข้อความจากอดีตให้ศึกษาควบคู่กัน
ในส่วนของวิหารมีการกล่าวถึงเสาขนาดใหญ่ 12 เสาและบานประตูแกะสลักหลายชั้น ซึ่งเป็นรายละเอียดงานช่างที่น่าสนใจ หากบางชิ้นเก็บรักษาในพื้นที่ปิดหรือมีข้อจำกัดในการเข้าชม ควรสอบถามผู้ดูแลวัดก่อนเสมอ
วัดบุญยืนกับการศึกษาพระปริยัติธรรมและวิถีชุมชน
วัดบุญยืนเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาในอำเภอเวียงสา ประวัติวัดกล่าวถึงช่วง พ.ศ. 2501 ในสมัยพระสาราธิคุณ (อินหวัน วิริยธมฺโม) ที่มีการพัฒนาวัดทั้งด้านอาคารและการศึกษา วัดมีบทบาทด้านการเรียนพระปริยัติธรรมและการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชุมชนด้วย
ประเพณีที่ผูกกับวัดและคนเวียงสามีทั้ง สงกรานต์ การใส่บาตรเทียน การถวายทานสลากภัต (ตานก๋วยสลาก) และช่วง แข่งเรือยาวในเทศกาลออกพรรษา กิจกรรมแต่ละอย่างจัดตามปฏิทินทางศาสนาและกำหนดการของชุมชน จึงไม่ควรเข้าใจว่ามีให้ชมทุกวัน
ในประวัติที่เผยแพร่โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดน่าน ยังมีบันทึกการคัดเลือกเป็น วัดพัฒนาตัวอย่างใน พ.ศ. 2511 การได้รับคัดเลือกเป็น วัดอุทยานการศึกษาใน พ.ศ. 2542 และเป็น วัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่นใน พ.ศ. 2546 นอกจากนี้ยังกล่าวถึงการเสด็จเยี่ยมวัดใน วันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
แวะชมวัดบุญยืนแล้วเดินเที่ยวเวียงสาต่อ
วัดตั้งอยู่ใกล้ ข่วงเวียงสา หรือข่วงเมืองสา ซึ่งเป็นลานกิจกรรมชุมชน และสามารถไปทำความรู้จักย่านเก่ารอบวัดต่อได้ หากมาเช้า ๆ อาจแวะเดิน กาดเจ๊า กาดก๋างเวียง ซึ่งเป็นตลาดสดใกล้สี่แยกเวียงสา แต่เป็นคนละพื้นที่กับลานข่วง
สำหรับคนสนใจความเป็นมาของเมือง ลองอ่าน จากเวียงป้อสู่เวียงสา หรือชมภาพรวม อำเภอเวียงสา เพื่อเชื่อมเรื่องวัด เมืองเก่า และชุมชนริมน้ำเข้าด้วยกัน
เมื่อเข้าวัดควรแต่งกายสุภาพ ถอดรองเท้าในบริเวณที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการถ่ายภาพที่รบกวนผู้กำลังประกอบศาสนกิจ หากตั้งใจชมอาคารภายในหรือเข้าร่วมพิธี ควรสอบถามเวลาและข้อปฏิบัติจากทางวัดก่อนเดินทาง เพราะข้อมูลเวลาเปิดเข้าชมและตารางกิจกรรมอาจเปลี่ยนไปได้
