หลังลงมือเพาะปลูกบนดอยสกาด ชาวบ้านบางชุมชนมีอีกนัดหมายหนึ่งที่สัมพันธ์กับผืนไร่ นั่นคือการร่วมพิธี กินสโลด หรือ ตีพิ เมื่อไม้ไผ่ถูกนำมาทำเป็นเครื่อง พิ เสียงที่เกิดขึ้นจึงผูกกับทั้งการรวมตัวของผู้คน ความเชื่อเรื่องผีประจำหมู่บ้าน และความหวังต่อผลผลิตหลังฤดูฝน

เรื่องนี้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมชุมชนลัวะในตำบลสกาด อำเภอปัว ไม่ใช่เพียงรายการดนตรีสำหรับนักท่องเที่ยว

กินสโลด: เมื่องานไร่เดินมาถึงเวลาขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่บันทึก ประเพณีตีพิ หรือกินสโลด ของชาวลัวะ บ้านสกาด อำเภอปัว ว่ามีช่วงจัดหลังการเพาะปลูกในฤดูฝน เกี่ยวข้องกับพิธีเลี้ยงผีประจำหมู่บ้าน และใช้เครื่องดนตรีไม้ไผ่ชื่อ พิ ประกอบพิธี

ในบันทึกของหน่วยงานท้องถิ่นและฐานข้อมูลชุมชน ยังพบชื่อ ตีพี กินโสลด กินสโลด หรือรูปคำว่า ตีผี ปะปนกันอยู่ คำเรียกอาจสะท้อนการถอดเสียงที่ต่างกันในเอกสารภาษาไทยกลาง แต่แกนของเรื่องยังเป็นพิธีที่ชุมชนจัดขึ้นหลังการเพาะปลูกและใช้เสียงเครื่องพิประกอบ

ชุมชนที่ร่วมสืบทอดในตำบลสกาด

ดอยสกาดไม่ได้มีหมู่บ้านเดียว ข้อมูลท้องถิ่นกล่าวถึง บ้านสกาดเหนือ บ้านสกาดกลาง และบ้านภูกอก ในพื้นที่ตำบลเดียวกัน ขณะที่ฐานข้อมูลวิกิชุมชนของศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรมีเรื่องของ บ้านสกาดใต้ ซึ่งบันทึกประเพณีกินโสลดเช่นกัน การอ่านเรื่องตีพิของดอยสกาดจึงควรมองทั้งภูมิทัศน์ของชุมชน ไม่ใช่สรุปจากหมู่บ้านใดหมู่บ้านหนึ่งแทนทั้งหมด

บันทึกชุมชนกล่าวถึงช่วง เดือนสิงหาคม หลังการปลูกข้าวไร่และพืชไร่ต่าง ๆ โดยมีพิธีเลี้ยงขวัญข้าวและผีประจำหมู่บ้าน ความหมายของงานจึงสัมพันธ์กับฤดูที่ชาวบ้านลงแรงไปกับพื้นดิน และขอให้การเพาะปลูกดำเนินไปอย่างราบรื่น วันและรูปแบบที่ชุมชนใช้จริงอาจต่างกันตามปีและพื้นที่

พิ: เครื่องดนตรีที่เกิดขึ้นในพิธี

คำอธิบายของ Creative Knowledge มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ระบุว่า พิทำจากไม้ไผ่ และใช้การตีหรือเคาะเพื่อเกิดเสียงทำนอง เครื่องดนตรีนี้ทำหน้าที่ในบริบทพิธีกรรม การทำพิของผู้เข้าร่วมจึงมีความหมายต่างจากการทำเครื่องดนตรีเพื่อจำหน่ายหรือใช้ในวงสะล้อ–ซอ–ปิน

เสียงของพิสัมพันธ์กับการรวมตัวและความเชื่อของผู้คน ไม่ใช่เพียงชนิดเสียงที่สามารถถอดออกจากบริบทพิธีมาฟังเดี่ยวได้อย่างครบความหมาย หากศึกษารูปทรงหรือวิธีสร้างโดยละเอียดควรใช้ภาพหรือคำบอกเล่าจากผู้รู้ในชุมชนโดยได้รับอนุญาต ไม่คาดเดาขั้นตอนจากภาพเครื่องไม้ไผ่ของกลุ่มชาติพันธุ์อื่น

ถ้าต้องการไปชม ควรติดตามข่าวจากชุมชน

ตัวอย่างงานที่มีประกาศของกระทรวงวัฒนธรรมใน พ.ศ. 2566 ใช้ช่วง 12–18 สิงหาคม ซึ่งเป็นช่วงเวลาของงานครั้งนั้น ไม่ใช่กำหนดตายตัวสำหรับปีต่อ ๆ ไป ผู้ที่อยากไปเห็นเครื่องพิหรือเรียนรู้ประเพณีด้วยตนเองควรตรวจข่าวจากชุมชนและหน่วยงานตำบลสกาดโดยตรง

พิธีบางช่วงเกี่ยวกับความเชื่อและความสัมพันธ์ภายในหมู่บ้าน หากได้รับเชิญให้ร่วมชม ควรสอบถามผู้ดูแลพิธีว่าเข้าร่วมและถ่ายภาพได้ตรงไหน การได้ฟังคำอธิบายจากเจ้าของประเพณีสำคัญพอ ๆ กับการได้ยินเสียงพิ

เมื่อฤดูกาลทำไร่กลายเป็นเวลาของชุมชน

งานพิธีหลังการเพาะปลูกมีจังหวะต่างจากการจัดเทศกาลที่กำหนดวันตายตัว ชาวบ้านต้องผ่านช่วงลงแรงในไร่แล้วจึงมารวมตัวกันเพื่อประกอบพิธีตามความเชื่อที่สืบทอด งานบันทึกในสกาดพูดถึงความสัมพันธ์ของผีประจำหมู่บ้านกับการเพาะปลูกข้าวไร่และพืชบนดอย จึงควรมองเสียงพิไปพร้อมกับชีวิตเกษตรของผู้คน ไม่ใช่แยกออกมาเป็นเพียงเครื่องดนตรีไม้ไผ่ที่ตั้งแสดงในพิพิธภัณฑ์

ชื่อเรียกที่ถอดเป็นภาษาไทยว่า กินสโลด หรือ กินโสลด ยังเป็นตัวอย่างของความรู้ที่เดินทางผ่านการฟังคำพูดของชุมชน เอกสารหลายฉบับสะกดต่างกันได้โดยยังกล่าวถึงพิธีร่วมฤดูกาลเดียวกัน ผู้อ่านจึงควรให้ความสำคัญกับผู้ถ่ายทอดคำและบริบทที่ใช้ มากกว่าจะตัดสินว่ามีเพียงตัวสะกดแบบเดียวที่ถูกต้อง

อำเภอปัว มีชุมชนหลายกลุ่มวัฒนธรรม การเรียนรู้เรื่องตีพิของชาวลัวะบนดอยสกาดช่วยให้เห็นความหลากหลายอีกชั้นหนึ่งของพื้นที่นี้ ขณะที่เรื่องตีพิของชาวลัวะในบ่อเกลือเป็นอีกกรณีศึกษาที่ควรเก็บรายละเอียดแยกกัน ทั้งคู่เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมเสียงเมืองน่าน แต่ไม่ควรแทนกันราวกับเป็นพิธีของหมู่บ้านเดียวกัน

ตีพิของดอยสกาดกับคำบันทึกจากบ่อเกลือ

ฐานข้อมูลกระทรวงวัฒนธรรมยังมีรายการเรื่องการตีพิในชุมชนลัวะ อำเภอบ่อเกลือ ซึ่งแสดงว่าเรื่องเครื่องพิไม่จำกัดเฉพาะดอยสกาด แต่ควรแยกพื้นที่และรายละเอียดแต่ละชุมชน ไม่ใช้ข้อความบ่อเกลือแทนคำอธิบายพิธีของสกาดโดยอัตโนมัติ

ประเพณีกินสโลดทำให้ภาพดนตรีเมืองน่านมีความหลากหลายกว่าเครื่องสายพื้นเมืองของคนเมืองน่านเพียงอย่างเดียว เสียงพิทำให้เราเห็นความสัมพันธ์ระหว่างวัสดุจากป่า ความเชื่อ และจังหวะของฤดูเกษตร อ่านภาพรวมการขับซอ ปิน และเครื่องดนตรีอื่นใน เสียงเมืองน่าน