ถ้ำสะเกินคือผืนป่าปลายเทือกหลวงพระบางที่กินพื้นที่ข้ามจังหวัด
อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกินอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัดน่านในภูมิประเทศที่ต่างจากอุทยานทางใต้ของจังหวัดอย่างศรีน่านหรือขุนสถานอย่างชัดเจน แนวเขาที่นี่เป็นส่วนปลายของ ทิวเขาหลวงพระบาง ซึ่งทอดยาวต่อเนื่องไปทางชายแดนลาวและเชื่อมพื้นที่ภูเขาของน่านเข้ากับพะเยา
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุพื้นที่ประมาณ 155,200 ไร่ หรือ 248.32 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมอำเภอท่าวังผา เชียงกลาง ทุ่งช้าง และสองแควในจังหวัดน่าน รวมถึงอำเภอเชียงคำและปงในจังหวัดพะเยา ขอบเขตจึงไม่ได้หยุดตามเส้นจังหวัด แต่เกาะไปกับแนวภูเขาและผืนป่าที่ต่อเนื่องกันจริงในภูมิประเทศ
สิ่งที่ทำให้ถ้ำสะเกินมีบุคลิกเด่นคือการรวมภูเขาสูง ถ้ำ น้ำตก ป่าดิบ และจุดชมทะเลหมอกไว้ในพื้นที่เดียวกัน ชื่ออุทยานอาจพาให้นึกถึงถ้ำก่อน แต่เมื่อมองทั้งผืนจะเห็นว่าสถานที่นี้เป็นเรื่องของแนวเขาและต้นน้ำมากพอ ๆ กับโพรงหินใต้ภูเขา
จากการสำรวจป่าน้ำยาว–น้ำสวด สู่พื้นที่อนุรักษ์ข้ามน่าน–พะเยา
การสำรวจเพื่อจัดตั้งพื้นที่เริ่มขึ้นในช่วง พ.ศ. 2539 เมื่อมีการสำรวจป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำยาวและป่าน้ำสวดบริเวณอำเภอสองแควและพื้นที่รอบข้าง พบว่าป่ายังมีความสมบูรณ์สูงและมีคุณค่าด้านต้นน้ำลำธาร รวมถึงมีจุดธรรมชาติที่เหมาะกับการอนุรักษ์และการท่องเที่ยว
การสำรวจภายหลังขยายไปถึงป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหย่วน ป่าน้ำลาว และป่าแม่ยมในฝั่งพะเยา ทำให้ภาพของถ้ำสะเกินค่อย ๆ กลายเป็นผืนป่าขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่สองจังหวัด แทนที่จะเป็นเพียงจุดถ้ำหนึ่งแห่งในอำเภอสองแคว
ใน พ.ศ. 2566 กรมอุทยานฯ ยังเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องการขยายพื้นที่เพิ่มเติมทางตอนใต้ในตำบลยอดและตำบลชนแดน อำเภอสองแคว เพื่อผนวกพื้นที่ป่าที่ต่อเนื่องและมีบทบาทด้านต้นน้ำเข้าไว้ในระบบอนุรักษ์ การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทำให้ขอบเขตของถ้ำสะเกินเป็นเรื่องของการจัดการพื้นที่ร่วมกับชุมชนต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงเส้นคงที่บนแผนที่
ดอยจี๋สูง 1,752 เมตร และเป็นหลังคาของลุ่มน้ำหลายสาย
ภูมิประเทศถ้ำสะเกินวางตัวเป็นแนวเขาสูงเหนือ–ใต้ มีระดับความสูงตั้งแต่ประมาณ 300 ถึง 1,752 เมตร โดยยอดสูงสุดคือ ดอยจี๋ ที่ราว 1,752 เมตรจากระดับทะเลปานกลาง ความต่างระดับมากทำให้พื้นที่มีทั้งป่าดิบเขา ป่าดิบชื้น ป่าดิบแล้ง และป่าเบญจพรรณกระจายอยู่ตามระดับความสูงและความชื้น
ความสูงของเทือกเขายังทำให้ถ้ำสะเกินเป็นพื้นที่ต้นน้ำของหลายระบบพร้อมกัน กรมอุทยานฯ ระบุถึงลุ่มน้ำยมตอนบน ลุ่มน้ำยาวตอนบน และลุ่มน้ำลาว ซึ่งท้ายที่สุดเชื่อมออกไปสู่ระบบแม่น้ำยมและแม่น้ำน่าน ภูเขาที่นักเดินทางเห็นเป็นฉากหลังจึงทำหน้าที่เป็นเส้นแบ่งและรวบรวมน้ำในเวลาเดียวกัน
ถ้าเทียบกับอุทยานแห่งชาติในน่านที่เรารู้จักจากแม่น้ำว้า ถ้ำสะเกินให้ภาพอีกแบบหนึ่งของคำว่า “ต้นน้ำ” เพราะมันไม่ได้ผูกกับแม่น้ำสายเดียว แต่เป็นสันเขาที่กระจายน้ำออกไปหลายทิศทางตามความลาดของภูมิประเทศ
ถ้ำหลวงสะเกินกับถ้ำปลากั้ง ทำให้โลกใต้ภูเขาเป็นส่วนหนึ่งของอุทยาน
ชื่อ ถ้ำหลวงสะเกิน คือจุดที่ทำให้ตัวตนของพื้นที่ต่างจากอุทยานหลายแห่งในจังหวัดน่าน ถ้ำขนาดใหญ่ใต้ภูเขาเป็นผลจากโครงสร้างหินและกระบวนการธรรมชาติที่ทำงานยาวนานจนเกิดโพรง ช่อง และมวลหินภายใน ส่วน ถ้ำปลากั้ง เป็นอีกแหล่งที่อยู่ในรายการแหล่งท่องเที่ยวของอุทยาน
การมีถ้ำหลายแห่งทำให้ประสบการณ์ของถ้ำสะเกินไม่จำกัดอยู่ที่การมองวิวจากยอดดอย นักเดินทางสามารถอ่านภูมิประเทศทั้งด้านบนและด้านล่างของเทือกเขา—ด้านบนเป็นสันเขา ป่า และทะเลหมอก ส่วนด้านล่างเป็นโพรงหินซึ่งเก็บความชื้นและสร้างระบบนิเวศเฉพาะของตัวเอง
การเข้าถ้ำควรยึดประกาศและการแนะนำของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก เพราะสภาพภายในอาจเปลี่ยนตามฤดูฝน ระดับน้ำ และความปลอดภัยของเส้นทาง ไม่ควรใช้ข้อมูลเก่าหรือภาพรีวิวแทนสถานะจริงในวันที่เดินทาง
น้ำตกหลายสายบอกว่าป่าแห่งนี้เก็บน้ำไว้มากแค่ไหน
ถ้ำสะเกินมีน้ำตกกระจายอยู่หลายจุด ได้แก่ น้ำตกห้วยหาด น้ำตกหงษ์เวียงจันทร์ น้ำตกผาธาร และน้ำตกผาลาด การมีน้ำตกหลายสายสอดคล้องกับลักษณะภูเขาสูงและป่าต้นน้ำ เพราะน้ำฝนถูกเก็บไว้ตามป่าและไหลลงตามหุบชันก่อนรวมเป็นลำห้วยด้านล่าง
น้ำตกแต่ละแห่งจึงไม่ได้เป็นเพียงจุดแวะพัก แต่เป็นหน้าต่างที่ช่วยให้เห็นการทำงานของภูเขาทั้งผืน ในฤดูที่น้ำมาก เสียงน้ำและความชื้นเปลี่ยนบรรยากาศของหุบเขาอย่างชัดเจน ขณะที่ช่วงน้ำลด ลักษณะชั้นหินและทางน้ำจะเห็นชัดขึ้นอีกแบบ
อุทยานที่มีทั้งถ้ำกับน้ำตกจำนวนมากแบบนี้ทำให้การจัดทริปควรคิดตามฤดูกาลมากกว่าตามรายการจุดเช็กอิน เพราะบางช่วงเหมาะกับการชมวิวสูง บางช่วงเหมาะกับน้ำตก และบางเส้นทางอาจปิดเพื่อความปลอดภัยหรือพักฟื้นธรรมชาติ
จากสองแควไปชมทะเลหมอกภูลังกา
ถนนจาก อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน สู่แนวภูเขาของจังหวัดพะเยาเป็นเส้นทางชมวิวที่ได้รับความนิยมในช่วงอากาศเย็น บางเช้าจะเห็นทะเลหมอกลอยคลุมทุ่งนาและหุบเขา ระหว่างแนวภูเขาหินซึ่งโผล่พ้นกลุ่มหมอกขึ้นมาเป็นชั้น ๆ ภูมิทัศน์ลักษณะนี้ทำให้ผู้เดินทางจากน่านสามารถออกไปสัมผัสบรรยากาศของภูลังกาได้ในทริปเดียว
จุดชมทะเลหมอกริม ทางหลวงหมายเลข 1148 ที่นักท่องเที่ยวรู้จักจากภาพถ่ายตามที่พักและจุดแวะ อยู่แถบ บ้านห้วยเฟือง–ตำบลผาช้างน้อย ฝั่งจังหวัดพะเยา ใกล้กับ บ้านสะเกิน ตำบลยอด อำเภอสองแคว จังหวัดน่าน ตามรายงานภาคสนามของผู้เขียนด้านการท่องเที่ยว ส่วนแผนพัฒนาอำเภอสองแควบันทึกจุดชมวิวตามทางหลวง 1148 ไว้ด้วย จุดริมทางดังกล่าวเป็นวิวของหุบเขาตามเส้นทางเชื่อมจังหวัด ไม่ใช่ยอดดอยภูลังกาเอง
ดอยภูลังกา เป็นพื้นที่ภูเขาสูงใน ตำบลผาช้างน้อย อำเภอปง จังหวัดพะเยา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยระบุว่าบริเวณยอดดอยสูงราว 1,700 เมตรจากระดับน้ำทะเล ส่วนรายงานสถิติจังหวัดพะเยาให้ช่วงความสูงของผืนเขาประมาณ 900–1,720 เมตร ค่านี้เป็นระดับของภูเขา ไม่ใช่ระดับความสูงของจุดพักชมหมอก ร้านกาแฟหรือที่พักตามถนน 1148 ซึ่งอาจอยู่ต่างระดับกันมาก
กรมอุทยานแห่งชาติฯ ระบุ ดอยภูลังกา และโซนกางเต็นท์ ภูลังกา–พะเยา อยู่ในรายการแหล่งท่องเที่ยวของ อุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน ที่มีผืนป่าต่อเนื่องข้ามจังหวัด นักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นยอดดอยจึงต้องตรวจเส้นทางเข้าพื้นที่อนุรักษ์ การอนุญาตเข้าเส้นทาง กิจกรรมเดินป่า และเงื่อนไขการค้างแรมกับเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทาง ไม่ควรใช้ภาพรีวิวจุดชมหมอกริมถนนแทนภาพเส้นทางขึ้นดอย
เดินทางจากตัวเมืองน่านไปภูลังกา
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยแนะนำเส้นทางจากตัวเมืองน่านใช้ ทางหลวงหมายเลข 1080 ไปถึง อำเภอท่าวังผา จากนั้นใช้ ทางหลวงหมายเลข 1148 ไปทาง อำเภอสองแคว–เชียงคำ ผ่านแนวบ้านสะเกินและเข้าเขตภูเขาฝั่งพะเยา หากต้องการแวะดูหมอกริมถนน ควรตรวจตำแหน่งจุดชมวิวหรือที่พักที่ต้องการไว้ก่อนออกเดินทาง ส่วนทางแยกเข้าสู่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติถ้ำสะเกิน เป็นคนละจุดหมายกับการชมหมอกริมทางและการขึ้นยอดภูลังกา
การขับรถในช่วงเช้ามืดควรเผื่อเวลาสำหรับทางโค้งและหมอกที่อาจจำกัดทัศนวิสัย โดยเฉพาะหลังฝนตก และเลือกจอดรถเฉพาะจุดที่อนุญาตและปลอดภัย ไม่จอดบนทางโค้งหรือไหล่ทางแคบเพื่อถ่ายภาพ
ไปช่วงไหนมีโอกาสเห็นทะเลหมอก
ปลายฤดูฝนถึงฤดูหนาว เป็นช่วงที่ผู้คนมักเดินทางมาชมทะเลหมอก โดยนิยมชมในช่วงเช้า อากาศเย็นและความชื้นอาจช่วยให้หมอกค้างอยู่ในหุบเขา แต่การเกิดทะเลหมอกขึ้นอยู่กับลม เมฆ ฝนและอุณหภูมิในแต่ละวัน ไม่มีฤดูกาลใดรับประกันได้ว่าจะเห็นทุกเช้า
สำหรับผู้ที่มาจากน่าน การชมเส้นทางนี้สามารถเริ่มจาก อำเภอสองแคว และศึกษาพื้นที่ต่อเนื่องไปถึงพะเยา หากต้องการพักแรมหรือเดินขึ้นเขาภายในเขตอุทยาน ตรวจประกาศและการให้บริการล่าสุดที่ กรมอุทยานแห่งชาติ ก่อนเสมอ
ถ้ำสะเกินช่วยเติมภาพตอนเหนือของน่านที่เว็บยังมีไม่มาก
เมื่อวางอุทยานทั้งจังหวัดบนแผนที่ ถ้ำสะเกินอยู่คนละทิศกับ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน และ อุทยานแห่งชาติขุนสถาน อย่างชัดเจน ศรีน่านพาเราไปตามแนวแม่น้ำน่านทางใต้ ขุนสถานอยู่บนแนวเขาทางใต้–ตะวันตก ส่วนถ้ำสะเกินเปิดภาพเทือกเขาสูงทางเหนือที่ต่อเนื่องเข้าพะเยา
สำหรับคนที่เริ่มทำความรู้จักจังหวัดจาก เวียงสา การมีบทถ้ำสะเกินช่วยขยายภาพจากพื้นที่กลางจังหวัดออกไปถึงแนวเหนือ ทำให้เห็นว่าน่านไม่ได้มีภูเขาแบบเดียว อุทยานแต่ละแห่งมีโครงสร้างภูมิประเทศ ระบบน้ำ และวิธีเดินทางต่างกันมาก
ก่อนเดินทางควรตรวจข้อมูลล่าสุดของอุทยานเรื่องเส้นทาง ถ้ำ น้ำตก ที่พัก และลานกางเต็นท์ โดยเฉพาะฤดูฝนซึ่งสภาพน้ำและถนนบนภูเขาสามารถเปลี่ยนได้รวดเร็ว
