ป้ายอิฐสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงภูพยัคฆ์ มีชื่อสถานีและที่ตั้งตำบลขุนน่าน พร้อมธงสีฟ้าด้านหลัง
ป้ายสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงภูพยัคฆ์ บ้านน้ำรีพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน

ภูเขาทางเหนือสุดของจังหวัดน่านมีทั้งป่าต้นน้ำและแปลงเกษตรที่ไล่ระดับตามไหล่เขา ในฤดูที่ต้นข้าวกำลังเขียว คนในพื้นที่ต้องเดินขึ้นลงระหว่างคันนาเล็ก ๆ เพื่อดูแลแปลงปลูก ภูมิประเทศที่สวยงามในสายตาคนเดินทางจึงเป็นพื้นที่ทำงานจริงของชาวบ้านด้วย

ที่ บ้านน้ำรีพัฒนา ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ มี สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูง งานสำคัญของสถานีคือดูแลดินและน้ำที่จำเป็นต่อการทำกิน พร้อมกับฟื้นฟูป่าที่อยู่รอบชุมชน

บ้านน้ำรีพัฒนา กับภูเขาที่เป็นต้นน้ำ

จากตัวเมืองน่านขึ้นมาถึงภูพยัคฆ์ ภูมิประเทศเปลี่ยนจากพื้นที่ลุ่มเป็นภูเขาสลับซับซ้อน หมู่บ้านกระจายอยู่ใกล้ลำห้วยและทางลาดที่พอใช้ทำกินได้ บ้านน้ำรีพัฒนาอยู่ใน ตำบลขุนน่าน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ และอยู่ท่ามกลางผืนป่าที่เชื่อมต่อกับลุ่มน้ำน่าน

สำหรับการเกษตรบนเขา น้ำฝนเป็นทั้งสิ่งจำเป็นและความท้าทาย ฝนช่วยให้พืชเติบโต แต่เมื่อไหลเร็วไปตามลาดชันก็พาหน้าดินลงไปด้วย การรักษาดินในแปลงและเก็บน้ำไว้ใช้จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การเลือกปลูกพืชชนิดใด

จุดเริ่มต้นของสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงภูพยัคฆ์

ตามฐานข้อมูล สำนักงาน กปร. สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงภูพยัคฆ์เริ่มดำเนินงานใน พ.ศ. 2546 ภายใต้พระราชดำริของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมุ่งฟื้นฟูผืนป่าต้นน้ำควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพของคนในพื้นที่

แนวทางที่บันทึกไว้มีทั้งการปรับพื้นที่ปลูกพืชผักและไม้ผลเมืองหนาว การสร้างแหล่งเก็บน้ำและระบบส่งน้ำ ตลอดจนการปลูกป่าและส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ เอกสารพระราชดำริกล่าวถึงพื้นที่แปลงเกษตรประมาณ 500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับงานเกษตรตามโครงการ ไม่ใช่พื้นที่ทั้งหมดของภูเขาหรือป่าโดยรอบ

หัวใจของการทำงานคือช่วยให้ชุมชนทำกินบนพื้นที่เหมาะสมได้ต่อเนื่อง โดยไม่ต้องพึ่งการขยายแปลงขึ้นไปตามไหล่เขาเพียงอย่างเดียว เรื่องนี้เริ่มจากการทำให้แปลงที่มีอยู่ใช้งานได้ดีขึ้น ทั้งดิน น้ำ และความรู้ในการเพาะปลูก

นาขั้นบันได: เปลี่ยนลาดเขาให้เป็นแปลงเพาะปลูก

ชาวบ้านดูแลต้นข้าวในนาขั้นบันไดสีเขียวบนไหล่เขา มีป่าและยอดเขาภูพยัคฆ์เป็นฉากหลัง
นาขั้นบันไดบนไหล่เขาภูพยัคฆ์ เห็นผู้คนกำลังดูแลแปลงข้าวท่ามกลางแนวป่าด้านหลัง

ภาพนาขั้นบันไดทำให้เห็นว่าการปลูกข้าวบนภูเขาต้องอาศัยการจัดรูปแปลงอย่างตั้งใจ แต่ละชั้นช่วยชะลอน้ำที่ไหลลงตามความลาดชัน และช่วยลดการพัดพาดินจากแปลงด้านบนไปยังด้านล่าง เมื่อมีคันนาและร่องน้ำที่เหมาะสม ชาวบ้านก็สามารถดูแลแปลงได้สะดวกขึ้น

กรมพัฒนาที่ดิน รายงานเมื่อวันที่ 5 มกราคม 2568 ว่าได้สนับสนุนงานในพื้นที่ภูพยัคฆ์มาตั้งแต่ปี 2546 ทั้ง นาขั้นบันได ขั้นบันไดดิน และระบบอนุรักษ์ดินและน้ำ รวมถึงการใช้พืชปุ๋ยสด ปุ๋ยหมัก และน้ำหมักชีวภาพเพื่อบำรุงดิน

ขั้นบันไดช่วยจัดการรูปร่างของแปลง ส่วนการบำรุงดินช่วยให้พืชเติบโตได้ในระยะยาว ทั้งสองอย่างต้องอาศัยการดูแลสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหลังฝนตกหนักที่คันดินและทางระบายน้ำอาจต้องซ่อมแซม

พืชเมืองหนาว กาแฟอาราบิก้า และแปลงทดลองของชุมชน

พืชผักและไม้ผลเมืองหนาวเป็นหนึ่งในแนวทางส่งเสริมอาชีพที่ระบุไว้ตั้งแต่เริ่มโครงการ ส่วนข้อมูลจาก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชในปี 2569 ยังกล่าวถึงการส่งเสริม กาแฟอาราบิก้า ในพื้นที่ภูพยัคฆ์ด้วย

กาแฟเป็นอีกทางเลือกของการเกษตรบนพื้นที่สูง แต่กว่าจะได้ผลผลิตที่ขายได้ก็ต้องมีทั้งความรู้เรื่องการดูแลต้น การเก็บเกี่ยว และตลาดรับซื้อ การพัฒนาพืชแต่ละชนิดจึงไม่ได้หมายถึงการนำต้นกล้ามาปลูกอย่างเดียว ยังมีงานจัดการแปลงและการวางแผนอาชีพตามมาอีกมาก

ในปีเดียวกัน มีรายงานการติดตาม แปลงเสาวรสและพืชผักโรงเรือน ที่แปลงรวมน้ำรีพัฒนา โดยมีการทำงานร่วมกับ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือ สวพส. กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เห็นความหลากหลายของการเกษตรในชุมชน ซึ่งมีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยกันพัฒนาตามความเชี่ยวชาญ

เมื่อการดูแลป่าเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวัน

บ้านน้ำรีพัฒนาเป็นชุมชนที่มีผู้คนกลุ่มชาติพันธุ์ลัวะหรือถิ่นอาศัยอยู่ วิถีเกษตรผูกกับฤดูกาล น้ำ และพื้นที่ทำกินมาอย่างยาวนาน การพัฒนาบนภูเขาจึงมีเรื่องมากกว่าแปลงพืช ไม่ว่าจะเป็นน้ำสำหรับใช้ในบ้านและโรงเรียน ถนนสำหรับขนส่งผลผลิต หรือโอกาสในการประกอบอาชีพของคนรุ่นต่อไป

ในการประชุมพัฒนาคุณภาพชีวิตบ้านน้ำรีพัฒนาเมื่อ 9 เมษายน 2569 หน่วยงานจังหวัดน่านหารือทั้งเรื่องน้ำ ที่ดินทำกิน ถนน ไฟฟ้า การศึกษา สุขภาพ และการส่งเสริมอาชีพ ขณะที่รายงานกรมอุทยานฯ ปีเดียวกันกล่าวถึงการติดตามระบบน้ำใช้ในโรงเรียนและการจัดการพื้นที่อยู่อาศัยทำกินในเขตป่า

แปลงนาขั้นบันไดที่เห็นอยู่บนภูเขาจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องใหญ่กว่า นั่นคือการที่ชุมชนจะใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างเหมาะสม พร้อมรักษาผืนป่าซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้คนในหมู่บ้านและพื้นที่ปลายน้ำด้วย

รู้จักภูพยัคฆ์ให้มากกว่าภาพนาขั้นบันได

ชื่อภูพยัคฆ์ยังมีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ สามารถอ่านต่อในบทความ ภูพยัคฆ์: จากฐานที่มั่น พคท. สู่ชุมชนและผืนป่าในวันนี้ ซึ่งเล่าการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่และชีวิตผู้คนหลังยุคความขัดแย้ง

ส่วนผู้ที่สนใจไปศึกษาดูงานหรือชมแปลงเกษตร ควรติดต่อผู้ดูแลสถานีและชุมชนก่อนเดินทางเพื่อสอบถามเส้นทางและการเข้าพื้นที่ เพราะบริเวณนี้มีทั้งพื้นที่ทำงานของสถานี แปลงเกษตรของชาวบ้าน และพื้นที่ป่าที่มีข้อกำหนดในการใช้ประโยชน์

ภาพนาขั้นบันไดที่มีภูเขาเป็นฉากหลังอาจเป็นสิ่งแรกที่ทำให้คนอยากรู้จักภูพยัคฆ์ แต่เรื่องราวของสถานีเกษตรแห่งนี้อยู่ที่การทำงานกับดินและน้ำทุกฤดูกาล และความพยายามดูแลภูเขาให้ยังเป็นทั้งบ้าน พื้นที่ทำกิน และป่าต้นน้ำของจังหวัดน่าน