ชื่อ มะนอยกะดอม อาจไม่คุ้นหูคนจากนอกจังหวัดน่าน แต่คำนี้ปรากฏอยู่ใน รายงานวิจัยเรื่องไร่ข้าวของบ้านจะเข้ภูหอม ตำบลแม่สาคร อำเภอเวียงสา พ.ศ. 2563 เคียงกับข้าว แตงไทย ถั่วสอด ฟักทอง และพืชอาหารอื่น ๆ

ความน่าสนใจไม่ได้อยู่ที่เราจะรีบตอบว่ามันเป็นพืชชนิดใด แต่อยู่ที่ ชื่อท้องถิ่นหนึ่งชื่อทำให้เห็นความรู้เรื่องพืชที่อาจไม่ปรากฏในชื่อมาตรฐานทั่วไป และบอกว่าไร่ข้าวบางชุมชนมีความหลากหลายมากกว่าภาพข้าวบนที่ดอนเพียงชนิดเดียว

ชื่อมะนอยกะดอมปรากฏอยู่ที่ไหน?

รายงานชุมชนหน้าเอกสารพิมพ์ 99–100 บันทึกคำว่า “มะนอยกะดอม” ในรายการพืชร่วมไร่ข้าว และมีคำว่า “มะนอย (บวบ)” เป็นอีกชื่อหนึ่งในรายการเดียวกัน จึงไม่ควรนำสองชื่อนี้ไปรวมเป็นพืชเดียวกันโดยไม่มีคำอธิบายจากผู้ใช้คำในพื้นที่

เอกสารไม่ได้ให้ภาพพืชตัวอย่าง ลักษณะใบ ดอก ผล หรือเมล็ดที่ยืนยันว่าชื่อในรายงานตรงกับพืชชนิดใด จนถึงตอนนี้ ยังไม่มีหลักฐานจำแนกชนิด เพียงพอที่จะระบุชื่อวิทยาศาสตร์หรืออ้างว่าเป็นบวบพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่ง

ทำไมชื่อท้องถิ่นจึงมีความสำคัญ?

คนอ่านจากต่างจังหวัดอาจเห็นชื่อพืชเป็นเพียงรายการประกอบท้ายรายงาน แต่ในชุมชนที่มีการปลูกพืชอาหารหลายชนิด ชื่อท้องถิ่นเกี่ยวข้องกับการจดจำและถ่ายทอดความรู้ว่าพืชอะไรอยู่ในไร่ มีชื่อเรียกแบบไหน และเกี่ยวข้องกับอาหารอย่างไร

คำว่า “มะนอยกะดอม” อาจมีเสียงหรือการสะกดต่างกัน เช่น “มะนอยแกนดอม” แต่เพียงความคล้ายของคำยังไม่ใช่หลักฐานว่าหมายถึงต้นเดียวกัน การเคารพชื่อที่ปรากฏในบันทึกเดิม และแยกสิ่งที่รู้จากสิ่งที่ยังไม่รู้ จึงสำคัญต่อการเล่าเรื่องวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนนอกฟัง

เมื่อยังไม่รู้ชนิด เราเล่าเรื่องพืชนี้ได้แค่ไหน?

สิ่งที่เล่าได้จากหลักฐานคือ มีชื่อพืชนี้อยู่ในรายงานระบบไร่ข้าวของบ้านจะเข้ภูหอม แต่ยังไม่มีข้อมูลมากพอเกี่ยวกับลักษณะของต้น ประวัติการใช้ประโยชน์ในครัวเรือน หรือสถานะการปลูกในปัจจุบัน และไม่ได้ยืนยันว่าทุกหมู่บ้านในน่านรู้จักชื่อนี้

เพราะยังไม่รู้แน่ว่าชื่อนี้หมายถึงพืชชนิดใด เว็บไซต์จึง ยังไม่แนะนำการนำผลหรือส่วนใดไปกิน และไม่เขียนวิธีเพาะปลูกเฉพาะพืชชนิดที่ยังไม่ทราบชื่อ การเห็นผลคล้ายแตงหรือบวบไม่ใช่หลักฐานความปลอดภัยด้านอาหาร

บันทึกชุมชนชวนให้ตั้งคำถามอะไรต่อ?

คำตอบที่ยังขาดอยู่คือ ชาวบ้านเรียกชื่อนี้ออกเสียงอย่างไร มีใครจำลักษณะต้นหรือการใช้ประโยชน์ได้บ้าง และชื่อในเอกสารหมายถึงพืชที่ยังปลูกอยู่หรือเป็นเพียงความทรงจำจากช่วงเวลาที่ศึกษา หากมีข้อมูลจากผู้รู้ในชุมชนพร้อมตัวอย่างพืชจริง จึงอาจเชื่อมชื่อกับชนิดพืชได้ถูกต้องกว่าเดาสุ่มจากชื่อคล้ายกัน

เรื่องสั้น ๆ นี้จึงเป็นเหมือนเชิงอรรถของชีวิตในไร่ข้าว มากกว่าบทความสอนทำการเกษตร อ่านบริบทของ ข้าวไร่อาศัยฝนในจังหวัดน่าน คู่กับ แตงไทยในไร่ข้าว และ ข้อมูลอำเภอเวียงสา จะเห็นว่ารายชื่อพืชไม่กี่คำในเอกสารสามารถพาเราไปรู้จักเรื่องอาหาร ภาษา และผู้คนได้อีกมาก